ในชีวิตประจำวัน เรามักต้องทำสัญญาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่าบ้าน เช่าร้าน ซื้อขายรถ ซื้อขายที่ดิน หรือสัญญาว่าจ้างงานต่าง ๆ แต่หลายคนมัก “อ่านผ่าน ๆ แล้วเซ็น” จนเกิดปัญหาภายหลัง เช่น ถูกยกเลิกสัญญา ถูกปรับแพง หรือเสียเงินโดยไม่สามารถเรียกร้องได้
บทความนี้สรุป 7 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนลงนาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงและไม่ให้เสียเปรียบทางกฎหมาย
1) ตรวจชื่อคู่สัญญาให้ถูกต้อง
ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน/เลขนิติบุคคล ที่อยู่ และผู้มีอำนาจลงนามต้องตรงตามความจริง
หากคู่สัญญาเป็นบริษัท ต้องตรวจหนังสือรับรองและผู้มีอำนาจลงนามให้ชัด
2) รายละเอียดทรัพย์สิน/งานต้องชัดเจน
เช่น บ้านเลขที่ ที่ดิน เลขโฉนด รุ่นสินค้า ปริมาณ คุณภาพ หรือขอบเขตงานที่ว่าจ้าง
ยิ่งเขียนชัด ยิ่งลดโอกาสโต้แย้งในอนาคต
3) เงื่อนไขการชำระเงินต้องระบุละเอียด
ควรกำหนดให้ชัดว่า
-
จ่ายเมื่อไร
-
จ่ายกี่งวด
-
โอนเข้าบัญชีใคร
-
มีหลักฐานการชำระแบบใด
หลีกเลี่ยงการใช้คำกว้าง ๆ เช่น “ชำระภายหลัง” โดยไม่กำหนดเวลา
4) เบี้ยปรับ/ค่าปรับ ต้องสมเหตุสมผล
หลายสัญญาใส่เบี้ยปรับสูงมาก เช่น วันละ 1% หรือปรับเหมาเป็นก้อน
ควรตรวจให้สมเหตุสมผลและไม่เกินความจำเป็น
5) เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา
ต้องดูว่าใครมีสิทธิบอกเลิกได้เมื่อใด ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน และผลหลังบอกเลิกเป็นอย่างไร
หากเขียนไม่ดี อาจถูกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวโดยเสียประโยชน์
6) การรับประกัน/ความรับผิดหลังส่งมอบ
เช่น รับประกันงานกี่เดือน กี่ปี หากเกิดชำรุดใครรับผิด ค่าใช้จ่ายเป็นของใคร
โดยเฉพาะงานก่อสร้าง งานตกแต่ง และงานบริการ
7) ข้อกำหนด “พิเศษ” ที่มักซ่อนอยู่ท้ายสัญญา
เช่น
-
ห้ามฟ้องร้อง
-
ต้องไปฟ้องศาลต่างจังหวัด
-
ให้สิทธิฝ่ายเดียวแก้ไขสัญญา
-
ให้คู่สัญญายึดเงินมัดจำได้ทั้งหมด
ควรอ่านทุกหน้าและทุกข้อก่อนเซ็นเสมอ
สรุป
สัญญาเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย การตรวจให้รอบคอบก่อนลงนามสามารถลดความเสี่ยงได้มาก หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเซ็น เพื่อป้องกันปัญหาที่แก้ไขยากในภายหลัง