Skip to content
Home » Blog » Cambrian explosion kindling the energy hidden in matter vanquish now

ค้ำประกันหนี้ให้คนอื่น เสี่ยงแค่ไหน? เข้าใจสิทธิและทางออกก่อนสายเกินไป

คดีแพ่ง

Excerpt

หลายคนค้ำประกันให้เพื่อนหรือญาติโดยไม่คิดว่าจะเกิดปัญหา แต่เมื่อผู้กู้ไม่จ่าย ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดเต็มจำนวน บทความนี้อธิบายความเสี่ยงของผู้ค้ำประกัน สิทธิที่ควรรู้ และแนวทางแก้ไขเมื่อเริ่มถูกทวงหนี้หรือถูกฟ้อง


เนื้อหาบทความเต็ม

1) “ค้ำประกัน” คืออะไร?

การค้ำประกันคือการที่บุคคลหนึ่ง (ผู้ค้ำ) รับรองต่อเจ้าหนี้ว่า
หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำจะรับผิดชำระแทน

หลายคนเข้าใจผิดว่า “แค่เซ็นชื่อช่วย” แต่ในทางกฎหมายคือการผูกพันตัวเองโดยตรง


2) ผู้ค้ำต้องรับผิดแค่ไหน?

โดยหลัก ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดได้ถึง

  • เงินต้น

  • ดอกเบี้ย

  • เบี้ยปรับ/ค่าปรับ

  • ค่าทวงถาม

  • ค่าทนายความ/ค่าฤชาธรรมเนียมศาล (ในบางกรณี)

หากในสัญญาระบุให้ผู้ค้ำ “รับผิดเสมือนลูกหนี้ร่วม” ความเสี่ยงจะยิ่งสูง เพราะเจ้าหนี้สามารถเรียกจากผู้ค้ำได้ทันที


3) ผู้ค้ำประกันมี “สิทธิ” อะไรบ้าง?

สิทธิที่ผู้ค้ำควรรู้ เช่น

  • ขอให้เจ้าหนี้ “ไล่เบี้ย” ไปเอาจากลูกหนี้ก่อน (บางกรณี)

  • ขอเอกสารยอดหนี้/รายการค้างชำระ

  • เมื่อชำระแทนแล้ว สามารถ “ไล่เบี้ย” เอาคืนจากลูกหนี้ได้

  • มีสิทธิต่อสู้คดี หากการทวงหนี้/การคิดดอกเบี้ยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


4) ถ้าเริ่มถูกทวงหนี้ ต้องทำอย่างไร?

  1. ขอเอกสารจากเจ้าหนี้ให้ชัดเจน

  • สัญญากู้

  • สัญญาค้ำประกัน

  • ใบแจ้งหนี้/ยอดค้างชำระ

  1. อย่ารีบยอมรับหนี้หรือเซ็นเอกสารใหม่
    บางครั้งเจ้าหนี้จะให้เซ็น “ยอมรับสภาพหนี้” ซึ่งอาจทำให้เสียเปรียบ

  2. หากถูกฟ้อง ให้รีบปรึกษาทนาย
    เพื่อวางแนวทางต่อสู้/เจรจา/ผ่อนชำระในศาลอย่างถูกต้อง


5) สรุป

ผู้ค้ำประกันไม่ได้เป็น “คนกลาง” แต่เป็นผู้ที่อาจต้องรับผิดเต็มจำนวน หากลูกหนี้ไม่ชำระ
ดังนั้นก่อนค้ำประกันควรอ่านสัญญาให้ละเอียด และหากเริ่มมีปัญหา ควรรีบตรวจเอกสารและปรึกษาทนายเพื่อป้องกันความเสียหาย